กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้
Art and Cultural Center of MJU

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.65 ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม พร้อมด้วยหัวหน้างานพิพิธภัณฑ์การเกษตรและวัฒนธรรมไทย ร่วมพิธีทำบุญสืบชะตาปลาและปล่อยพันธุ์ปลา โครงการส่งเสริมทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและอนุรักษ์ทรัพยากรทางการประมง คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้

ปรับปรุงข้อมูล : 19/9/2565 13:31:54     ที่มา : กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้     จำนวนผู้เปิดอ่าน : 47

กลุ่มข่าวสาร :

ข่าวล่าสุด

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมการประกวดกระทงใหญ่ในงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี2565
ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม การประกวดกระทงใหญ่ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี2565 ภายใต้แนวคิด "เชียงใหม่นครที่เป็นที่สุดแห่งความสง่างามทางวัฒนธรรม ความสุขแห่งสายน้ำปิงนครามหานที" โอกาสนี้ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัลถ้วยพระราชทาน ณ ปะรำพิธี หน้าสำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่ สำหรับในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดทำรถกระทงใหญ่ ในแนวคิด “มิ่งระมิงค์พิงค์บุรีสรีเชียงใหม่เสน่ห์สายน้ำอุดมความงามถิ่นวัฒนธรรม” เพราะ “น้ำ” ถือเป็นต้นกำเนิดแหล่งอารยธรรม เป็นเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตทุกชาติพันธุ์ จนเกิดแหล่งอารยธรรมต่างๆเกิดขึ้น โดยเฉพาะอุษาคเนย์ที่มีจารีต พิธีกรรมและการละเล่นเกี่ยวกับน้ำมากมาย เชียงใหม่เมืองเก่าแก่ก่อตั้งมาร่วม 700 ปี มีน้ำแม่ระมิงค์หรือน้ำปิงเป็นแม่น้ำหลักที่หล่อเลี้ยงชาวเชียงใหม่มายาวนาน ก่อให้เกิดจารีตประเพณี เช่น ประเพณีลอยกระทง การขอขมาแม่น้ำ การบวชกลางน้ำ เป็นต้น มหาวิทยาลัยแม่โจ้จึงจัดขบวนรถกระทงโดยอาศัยแนวคิดเกี่ยวกับวิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำ ใช้โทนสีที่โดดเด่นเพื่อสื่อให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมล้านนาผ่านเสื้อผ้าอาภรณ์ ท่วงทำนอง การฟ้อนรำ เครื่องสักการะ - สีน้ำเงินคราม สื่อถึงสายน้ำปิง (ระมิงค์) ที่หล่อเลี้ยงผู้คนในลุ่มน้ำปิงเชียงใหม่มาอย่างยาวนาน สร้างสรรค์ผ่านขบวนศิลปวัฒนธรรม เช่น การแต่งกาย เครื่องประดับ เครื่องสักการะ การละเล่น - สีเขียว สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้รวมถึงความอุดมสมบูรณ์ของการเกษตร ที่น้ำมีความเกี่ยวข้องกับการเกษตรอย่างยิ่ง อีกนัยหนึ่งนั้น เป็นสีที่สื่อถึงความชุ่มเย็นและเป็นหนึ่งในสีประจำมหาวิทยาลัยแม่โจ้อีกด้วย - สีทอง สื่อถึงความมั่งคั่ง มีอารยธรรมและความรุ่งเรืองแห่งวัฒนธรรมในเชียงใหม่ลุ่มน้ำแม่ระมิงค์ ในส่วนของการออกแบบตัวรถกระทงจะสอดคล้องกับประเพณีคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนา เลือกใช้สัญลักษณ์เพื่อสื่อถึงความเคารพต่อสายน้ำอันเป็นมงคลของเมืองเชียงใหม่ และระลึกถึงภารกิจที่ได้น้อมรับมาจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรและพระบรมราชชนนีพันปีหลวงในการที่จะดูแลนิเวศป่าต้นน้ำและแหล่งการเกษตรในพื้นที่ใกล้กับเมืองเชียงใหม่ให้ยังคงความอุดมสมบูรณ์สืบไป โดยคติที่ได้นำมาสื่อในการประดับรถกระทงประกอบด้วย ส่วนกลางรถกระทงจำลอง “พระเกศแก้วจุฬามณี” เชื่อว่าเป็นพระเจดีย์ที่บรรจุพระจุฬาและพระโมลีของเจ้าชายสิทธัตถะ ครั้งเมื่อทรงเสด็จออกผนวชทรงตัดพระจุฬา พร้อมพระโมลีแล้วขว้างไปในอากาศ ขณะนั้นท้าวสักกะเทวราชนำผอบแก้วมารองรับเอาไปประดิษฐานในพระเจดีย์ ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ความเชื่อนี้ได้ทำให้มีการสร้างพระเจดีย์ที่วัดเกตอยู่ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง อันเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญของเชียงใหม่มาตั้งแต่อดีต และเป็นย่านท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของเมืองเชียงใหม่ริมแนวแม่น้ำปิงในปัจจุบัน สัญลักษณ์นี้เชิงปรัชญา ยังหมายถึง ระลึกบูชาพระรัตนตรัยและดวงปัญญาอันบริสุทธิ์ที่ปกปักรักษาเมืองเชียงใหม่ ชั้นถัดลงมามีช้างเผือกสองคู่รวมสี่เชือก สื่อถึงพุทธบริษัททั้งสี่ภายในเมืองเชียงใหม่ที่ตั้งตนวางตัวอยู่ในศีลธรรม ต่างมุ่งหวังที่จะฝึกตนให้เป็นผู้ปฏิบัติดี เหมือนดั่งพญาช้างเผือกผู้มีกำลังพร้อมพาเมืองเชียงใหม่ให้วัฒนาผ่องใส โดยคู่แรกอยู่ด้านหน้ารถกระทงชูพระปรมาภิไธยย่อของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสืบสานพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการจัดการน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวเมือง และคู่ที่สองอยู่ด้านหลังรถกระทงชูพระปรมาภิไธยย่อของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์ป่าไม้ สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกรในท้องถิ่น และในส่วนกลางรถกระทงด้านใต้พระเจดีย์ ได้วางสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ในซุ้มหางนาคที่วางรูปทรงอย่างหม้อปูรณฆฏะหรือหม้อแห่งความอุดมสมบูรณ์และร่มเย็น สื่อถึงความความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาความอุดมสมบูรณ์และร่มเย็นของเมืองเชียงใหม่ ชั้นล่างสุดรองรับเอาไว้ด้วยพญานาคทั้งสี่ทิศ สื่อถึงนาคในตระกูลฉัพพยาปุตตะผู้ถือสัจจะในการดูแลรักษาพระพุทธศาสนา ตามตำนานยังถือว่าเป็นกลุ่มตระกูลนาคที่เข้ามาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่มีความประพฤติหรือความตั้งใจจริงในการทำสิ่งที่ดีให้ประสบความสำเร็จ และการสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของสายน้ำและสิ่งแวดล้อม ที่ได้จากการที่ชาวเมืองเชียงใหม่หรือช้างเผือกทั้งสี่ได้รักษาดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมีกำลังที่ส่งมอบสิ่งดีๆสืบต่อไป รถกระทงมหาวิทยาลัยแม่โจ้ออกแบบและใช้แนวความคิด โทนสี เรื่องราว ให้สอดคล้อง สวยงามสื่อถึงอัตลักษณ์และความเจริญรุ่งเรืองของ นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่อย่างครบถ้วนสมบูรณ์เพื่อร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมประเพณียี่เป็งให้อยู่คู่เชียงใหม่และประเทศไทยสืบไป เหนือสิ่งอื่นใด ผลงานการจัดทำรถกระทงของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เกิดจากพลังแห่งความสามัคคีของชาวแม่โจ้ เป็นการทำงานร่วมแรงร่วมใจ ของนักศึกษาทุกสาขา ทุกชั้นปี ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน ใช้เวลาในการประดิษฐ์แต่ละครั้งประมาณ 3-4 เดือน โดยมีการสืบทอดภูมิปัญญาการประดิษฐ์จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง โดยมีกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมดูแล อำนวยความสะดวก มีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากรศิษย์เก่าคอยให้การสนับสนุน เพื่อช่วยกันสานต่อวัฒนธรรมองค์กรที่ดีและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของไทยสืบไป ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี นับจากพ.ศ. 2512-2565 แม่โจ้ได้จัดทำรถกระทงเข้าร่วมงานเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ร่วมอนุรักษ์และสืบสานประเพณีอันดีงามมาจวบจนปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่า "แม่โจ้" เป็นสถาบันการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของมหาวิทยาลัยมาโดยตลอดและสร้างสรรค์ผลงานเป็นที่ประทับใจต่อคณะกรรมการและผู้ชมจนได้รับรางวัลต่อเนื่องเรื่อยมา
22 พฤศจิกายน 2565     |      33
พิธีบวงสรวงรถกระทงใหญ่และพิธีเคลื่อนรถกระทง
เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมทำพิธีบวงสรวงรถกระทงใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคล โอกาสนี้ ผู้บริหาร นำโดย รองศาสตราจารย์จักรพงษ์ พิมพ์พิมล รักษาการแทนรองอธิการบดี พร้อมด้วย คณะกรรมการจัดทำกระทงใหญ่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และทีมงาน เข้าร่วมพิธี ณ บริเวณด้านข้างอาคารเรือนธรรมแม่โจ้ 60 ปี จากนั้นในเวลา 09.09 น. ได้ทำพิธีเคลื่อนรถกระทงเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย สำหรับกระทงใหญ่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดส่งเข้าร่วมประกวดในธีม “มิ่งระมิงค์พิงค์บุรีสรีเชียงใหม่เสน่ห์สายน้ำอุดมความงามถิ่นวัฒนธรรม” อยู่ในลำดับขบวนที่ 11 โดยจะมีจุดพักเตรียมความพร้อมตกแต่งตัวรถ ณ บริเวณตลาดเจเจมาร์เก็ต ก่อนจะเข้าร่วมขบวนประจำจุดตั้งขบวนอย่างเต็มรูปแบบ ณ บริเวณตรงข้ามร้านหนังสือดวงกมล และจะเคลื่อนขบวนไปตามเส้นทางผ่านประตูท่าแพไปยังปะรำพิธีหน้าสำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่ตามลำดับ
16 พฤศจิกายน 2565     |      29
กิจกรรม "วันวิภาต บุญศรี วังซ้าย" ณ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2565 กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมจัดกิจกรรม "วันวิภาต บุญศรี วังซ้าย" ณ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในงานมีกิจกรรมวางพวงมาลาจากชมรมจักรยานศิษย์เก่าแม่โจ้และกลุ่มรวมพลคนฮักอาจ๋านบุญศรี หน้ารูปปั้นเหมือนศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้ายเพื่อรำลึกถึง ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย อธิการบดีคนแรก คนต้นแบบลูกแม่โจ้ ผู้ให้อมตะโอวาท “งานหนักไม่เคยฆ่าคน” จากนั้นได้พาศิษย์เก่าแม่โจ้ขึ้นรถไฟฟ้าพาไปเยี่ยมน้องๆจิตอาสาที่มาปฏิบัติงานรถกระทง ณ โรงรถกระทง อาคารเรือนธรรมแม่โจ้ 60 ปี จากนั้นได้พาเยี่ยมชมฝายมีชีวิตและครัวอิ่มอุ่น พี่เพื่อน้องแม่โจ้ จากนั้นได้มีพิธีเปิดกิจกรรมเสวนาเชิงวิชาการ หัวข้อ"โลกเปลี่ยน ครัวเฮาปรับรุกรับเพื่อความยั่งยืน" กล่าวต้อนรับโดย รศ.จักรพงษ์ พิมพ์พิมล รักษาการรองอธิการบดี และดำเนินการเสวนาโดย ผศ.ดร.จำเนียร ยศราช อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จากนั้นได้มีพิธีมอบทุนการศึกษาชีวิตจิตใจมอบให้แม่โจ้ ประจำปี 2565 ให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้จากศิษ์เก่าแม่โจ้ โดย พลตรีชัช เด่นดวง ประธาน MJU Touring Bike จากนั้นมีกิจกรรม"จุดเทียนรำลึกถึงผู้มีคุณูประการ" นางสมพร แรกชำนาญ อดีผู้อำนวยการกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และ นายสุนันท์ ถีราวุฒิ ศิษย์เก่าแม่โจ้รุ่น 45
4 พฤศจิกายน 2565     |      34