กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้
Arts and Culture Promotion Division

    ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอเชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่าน ร่วมกราบไหว้ สักการะ บูชา พระประธานประจำมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พระบรมสารีริกธาตุ และพระศิลานาคน้อย สามารถเป็นเจ้าภาพถวายน้ำชา มาลัย ผลไม้ ณ อาคารส่งเสริมการศึกษาเชิงบูรราการ ตรงข้ามอาคารเรียนรวม 70 ปี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณวุฒิภัทร เกตุพัฒนพล โทร.081-026 4956 หรือศูนย์ศิลปวัฒนธรรม โทร 053-873300 ในวันและเวลาราชการ

 

update 13/09/60

ปรับปรุงข้อมูล : 13/9/2560 16:26:25     ที่มา : กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้     จำนวนผู้เปิดอ่าน : 2177

กลุ่มข่าวสาร :

ข่าวล่าสุด

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรและพิธีบำเพ็ญกุศล ในวาระครบ 15 วัน (ปัณรสมวาร) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
25 มิถุนายน 2569 นายวิทชัย สุขเพราะนา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรและพิธีบำเพ็ญกุศล ในวาระครบ 15 วัน (ปัณรสมวาร)โดยมีนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานประกอบพิธี เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีนายชัชวาลย์ ปัญญา นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนศาล ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และพสกนิกรชาวจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่  ในการนี้ พระเทพปริยัติ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง นำพระสงฆ์รวมจำนวน 10 รูป สวดพระพุทธมนต์ และพระสิทธิวชิรานุกูล รองเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ และเลขานุการรองเจ้าคณะภาค 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ ราชวรวิหาร เป็นองค์แสดงพระธรรมเทศนา  การจัดพิธีบำเพ็ญกุศลครบ 15 วัน (ปัณรสมวาร) เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนในจังหวัดเชียงใหม่ได้ร่วมแสดงความอาลัย ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดมา
25 มิถุนายน 2569     |      119
นักศึกษาใหม่ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์การเกษตรไทย
24 มิถุนายน 2569 นายวิทชัย สุขเพราะนา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม กล่าวต้อนรับนักศึกษาใหม่ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์การเกษตรไทยในโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมต้อนรับนักศึกษาใหม่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อินทนิลข่อที่ 91 โดยนักศึกษาใหม่ได้รับฟังการบรรยายประวัติความเป็นมาและการก่อตั้งมหาวิทยาลัยแม่โจ้บรรยายโดยนายวุฒิภัทร เกตุพัฒนพลหัวหน้างานอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์การเกษตรไทย ณ พิพิธภัณฑ์เกษตรไทย มหาวิทยาลัยแม่โจ้
24 มิถุนายน 2569     |      98
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ร่วมพิธีสรงน้ำพระราชทานพระพุทธรูปพระนอนขอนตาลศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ และพระเจดีย์ และถวายผ้าไตรพระราชทาน จำนวน 10 ไตร ประจำปี 2569 ณ วัดลัฏฐิวัน (วัดพระนอนขอนตาลศักดิ์สิทธิ์) ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำสรง อัญเชิญไปสรงพระพุทธรูปพระนอนขอนตาลศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ และพระเจดีย์ และถวายผ้าไตรพระราชทาน จำนวน 10 ไตร ณ วัดลัฎฐิวัน (วัดพระนอนขอนตาลศักดิ์สิทธิ์) อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า เนื่องในงานประเพณีสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และพระเจดีย์ ประจำปี 256922 มิถุนายน 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภากร ธาราฉาย รองอธิการบดี พร้อมด้วยนายวิทชัย สุขเพราะนา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมประเพณีสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และพระเจดีย์ ประจำปี 2569 โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานประกอบพิธีสรงน้ำพระราชทานองค์พระนอนขอนตาลและพระเจดีย์ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน และถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดลัฎฐิวัน (วัดพระนอนขอนตาลศักดิ์สิทธิ์) ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานน้ำสรง เพื่ออัญเชิญมาในงานประเพณีสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และพระเจดีย์ ประจำปี 2569 โดยมี ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธี ประเพณีสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และพระเจดีย์จัดขึ้นโดย พระวิสุทธิวัชราภรณ์ รองเจ้าคณะอำเภอแม่ริม เจ้าอาวาสวัดลัฏฐิวัน (วัดพระนอนขอนตาลศักดิ์สิทธิ์) ร่วมกับคณะศรัทธาวัดลัฏฐิวัน และพุทธศาสนิกชน เพื่อความเป็นสิริมงคล สืบสานพระพุทธศาสนา และธำรงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย
22 มิถุนายน 2569     |      284
กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมเข้าศึกษาดูงานคณะดนตรีและการแสดง มหาวิทยาลัยบูรพา
เมื่อวันที่ 14-17 มิถุนายน 2569 กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมพร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภากร ธาราฉาย รองอธิการบดี เข้าศึกษาดูงานคณะดนตรีและการแสดง มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรีวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ได้รับการต้อนรับจากคณะศิษย์เก่าแม่โจ้จากบริษัท สหฟาร์ม จำกัด และบริษัทในเครือ ร่วมรับประทานอาหารเย็นร่วมกันและรับมอบของที่ระลึก ณ สวนอาหารธาราดล ตำบลชัยนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรีวันที่ 15 มิถุนายน 2569 คณะศึกษาดูงานได้เข้าเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเมืองโบราณศรีเทพเป็นโบราณสถานสำคัญ ได้รับการประกาศจากยูเนสโก ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมล่าสุดเป็นแห่งที่ 4 ของประเทศไทย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ มีพื้นที่ครอบคลุมโบราณสถานในเมืองเก่าศรีเทพ ซึ่งมีชื่อเดิมว่า "เมืองอภัยสาลี" สร้างขึ้นในยุคขอมเรืองอำนาจ มีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี เมืองโบราณศรีเทพมีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 4.62 ตารางกิโลเมตร ออกเป็น 2 ส่วน คือ เมืองส่วนใน มีพื้นที่ประมาณ 2 ตารางกิโลเมตร มีลักษณะเป็นรูปเกือบกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีช่องทางเข้าออก 6 ช่องทาง พื้นที่ภายในเป็นที่ราบลอนคลื่น มีสระน้ำ หนองน้ำกระจายอยู่ทั่วไป พบซากโบราณสถานกว่า 70 แห่ง บางแห่งได้รับการขุดแต่งบูรณะแล้ว และเมืองส่วนนอก มีพื้นที่ประมาณ 2.54 ตารางกิโลเมตร มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าต่อกับเมืองส่วนใน ขนาดเป็น 2 เท่าของเมืองส่วนใน มีช่องทางเข้าออก 6 ช่องทาง มีสระน้ำกระจายอยู่ทั่วไป และพบโบราณสถานกระจายอยู่แบบเดียวกัน คณะศึกษาดูงานได้เข้าชมอาคารหลุมขุดค้นทางโบราณคดี เป็นอาคารจัดแสดงโครงกระดูกมนุษย์และโครงกระดูกช้างที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดี เมื่อ พ.ศ.2531 ปรางค์สองพี่น้อง ลักษณะเป็นปรางค์ 2 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่ หันหน้าไปทางทิศตะวันตก มีประตูทางเข้าทางเดียว จากการขุดแต่งทางโบราณคดี พบทับหลังที่มีจำหลักเป็นรูปพระอิศวรอุ้มพระนางปารวตีประทับนั่งอยู่เหนือโคอุศุภราช ลักษณะของทับหลังและเสาประดับกรอบประตูเป็นสิ่งกำหนดอายุของปรางค์ โดยอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 เป็นศิลปะขอมแบบบาปวน และมีการสร้างปรางค์องค์เล็กเพิ่ม โดยพบร่องรอยการสร้างทับบนกำแพงแก้วที่ล้อมรอบปรางค์องค์ใหญ่ และยังมีการก่อปิดทางขึ้นโดยเสริมทางด้านหน้าให้ยื่นออกมา และก่อสร้างอาคารขนาดเล็กทางทิศเหนือเพิ่มขึ้น ปรางค์ศรีเทพ เป็นสถาปัตยกรรมแบบศิลปะเขมรหันหน้าไปทางทิศตะวันตก สร้างด้วยอิฐและศิลาแลง ฐานล่างก่อด้วยศิลาแลงเป็นฐานบัวลูกฟักแบบเดียวกับสถาปัตยกรรมเขมรทั่วไป เรือนธาตุก่อด้วยอิฐ ในการขุดค้นบริเวณนี้ พบชิ้นส่วนทับหลังรูปลายสลักอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 ซึ่งน่าจะเป็นการสร้างเพิ่มหลังจากโบราณสถานเขาคลังใน ต่อมาประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 มีการพยายามจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่แต่ไม่สำเร็จ โดยสันนิษฐานจากการค้นพบชิ้นส่วนทิ้งกระจัดกระจาย โบราณสถานเขาคลังใน ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางเมือง สร้างประมาณพุทธศตวรรษที่ 11-12 ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ผังเมืองและศิลปะการก่อสร้างเป็นสมัยทวารวดีซึ่งคล้ายกับการค้นพบที่จังหวัดนครปฐม และเมืองโบราณบ้านคูบัว จังหวัดราชบุรี มีการใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง ที่ฐานมีรูปปูนปั้นบุคคลและสัตว์ประดับเป็นศิลปะสมัยทวารวดี เชื่อกันว่าเป็นที่เก็บอาวุธและทรัพย์สมบัติจึงเรียกว่า "เขาคลัง" โบราณสถานเขาคลังนอก ตั้งอยู่บ้านสระปรือ ตำบลศรีเทพ อยู่ทางด้านทิศเหนือของเมืองโบราณศรีเทพ ห่างออกไปราว 2 กิโลเมตร ที่มาของชื่อเขาคลังนอกเป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันมาแต่เดิม เพราะเหตุว่ามีรูปร่างลักษณะคล้ายภูเขาสูงใหญ่และเชื่อกันว่ามีทรัพย์สมบัติและอาวุธเก็บรักษาอยู่ภายใน ประกอบกับในเขตเมืองโบราณศรีเทพ มีโบราณสถานที่มีลักษณะคล้ายภูเขาซึ่งเรียกว่า “เขาคลังใน” จึงได้เรียกโบราณสถานแห่งนี้ว่า “เขาคลังนอก” วันที่ 16 มิถุนายน 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภากร ธาราฉาย รองอธิการบดี และบุคลากรจากกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เข้าศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการศิลปวัฒนธรรม ณ คณะดนตรีและการแสดง มหาวิทยาลัยบูรพา โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพบูลย์ โสภณสุวภาพ คณบดีคณะดนตรีและการแสดง กล่าวต้อนรับ จากนั้นได้รับฟังการดำเนินงานด้านการจัดการหอศิลป์และการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ณ หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก โดยมี ดร.พัชรี ทองอำไพ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยบูรพา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารคณะดนตรีและการแสดง ให้การต้อนรับและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่ศิลปะ ตลอดจนการบริหารจัดการในสถาบันอุดมศึกษาจากนั้นคณะศึกษาดูงานยังได้เข้าชมนิทรรศการผสม “วิพิธบูรพา” ผลงานสร้างสรรค์จากส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยเรื่อง “การศึกษาต้นทุนทางวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยบูรพาเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว (A Study of Burapha University’s Cultural Capital for Tourist Attraction Development)” โดย ดร.ณัฏฐนันธ์ เอื้อศิลป์ และชมนิทรรศการ “ป.ปลา ปวดท้อง” ภายใต้โครงการวิจัย “บางแสนสร้างสรรค์ : สร้างเมืองให้มีชีวิตชีวาด้วยศิลปะร่วมสมัยของชุมชน” โดย ผศ.คณพศ วิรัตนชัย ได้รับชมการแสดงละครเวทีเรื่อง “พรุ่งนี้ฉันจะกลับมาใหม่” ผลงานของ อ.ศิรเมศร์ อัครภากุลเศรษฐ์ ซึ่งสะท้อนศักยภาพด้านการผลิตผลงานสร้างสรรค์ของคณะดนตรีและการแสดงและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการหลักสูตรร่วมกับประธานหลักสูตรทั้ง 4 หลักสูตรของคณะดนตรีและการแสดง เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวทางการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทการศึกษาร่วมสมัย โดยการศึกษาดูงานในครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพัฒนาองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมกัน อันจะนำไปสู่การยกระดับการดำเนินงานด้านศิลปะและวัฒนธรรมของทั้งสองสถาบันให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
18 มิถุนายน 2569     |      501