กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้
Arts and Culture Promotion Division
รถกระทงใหญ่มหาวิทยาลัยแม่โจ้คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 งานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2563
มหาวิทยาลัยแม่โจ้จัดทำรถกระทงใหญ่ส่งเข้าร่วมประกวด ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2563 ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ เทศบาลนครเชียงใหม่จัดขึ้น ภายใต้มาตรการการดูแลความปลอดภัย Covid 19 ในแนวคิด “เชียงใหม่นครที่เป็นที่สุดแห่งความสง่างามทางวัฒนธรรม” ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม -1 พฤศจิกายน 2563 ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่นับจาก พ.ศ.2512-2563 เป็นเวลา 50 ปี ที่แม่โจ้ ได้จัดทำรถกระทงเข้าร่วมงานเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ร่วมอนุรักษ์และสืบสานประเพณีอันดีงามมาจวบจนปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่า “แม่โจ้” เป็นสถาบันการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด และสร้างสรรผลงานเป็นที่ประทับใจต่อคณะกรรมการและผู้ชม จนได้รับรางวัลต่อเนื่องเรื่อยมาในปี 2563 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดทำรถกระทงใหญ่ รักษ์โลก - เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายมหาวิทยาลัยในการมุ่งสู่ Green University นำวัสดุเหลือใช้ และวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ในการจัดทำ ถึง 90% ทั้งตัวโครงสร้างรถกระทง การประดับตกแต่งใน ส่วนต่างๆ เช่น กระดาษรีไซเคิล กระดาษหนังสือพิมพ์เก่า ไม้ กิ่งไม้ กาบหมากที่ร่วงหล่นในมหาวิทยาลัย ใบลาน นำมาทำเป็นกลีบบัว เย็บแบบ ตกแต่งประดับด้วยเมล็ดธัญพืช งานปั้นแต่งจากแป้งข้าวเหนียว นำมาปั้นเป็นเกล็ดพญานาค ฯลฯ ที่ยังคงความพิถีพิถันละเอียดลออทุกขั้นตอน ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวรถกระทง ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับประเพณีและคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนา “นพบุรีเลิศหล้า เเม่โจ้ยอไหว้สาประเพณียี่เป็ง”ด้านหน้าขบวนรถ นำด้วย “รถน้อยเรือสะเปาล่องนาวา” ประดิษฐานตราสัญลักษณ์พระพิรุณทรงนาค เทพเจ้าแห่งสายฝน สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย ประดับด้วยกลีบบัวบงกช ตกแต่งด้วยเมล็ดธัญพืชด้านหน้ารถเป็นสระอโนดาตและสายนที เปรียบเสมือนสายน้ำที่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิตตรงกลางจำลองเขาสิเนรุในวรรณกรรม “จักรวาฬทีปนี” วรรณกรรมเด่นของล้านนาเบื้องหน้ามีพญาหงส์คำ สัญลักษณ์แห่งสัตว์ชั้นสูงในป่าหิมพานต์ ด้านบนต่างเทินด้วยพระบรมธาตุดอยสุเทพ.. ท่ามกลางเขาสิเนรุและเขาสัตภัณฑ์ มีบันไดพญานาคทอดยา.ด้านหลังเป็นวิมานสามหลังหมายถึงสัญลักษณ์ของฤดูทั้ง 3 และด้านในประดิษฐานพระราชลัญจกร ตราสัญลักษณ์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้านข้างทั้งสองประกอบด้วยต้นไม้เงินต้นไม้ทอง สัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดี โดยใช้โทนสีเขียว ที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณธัญญาหารในนครเชียงใหม่, สีแดง สื่อถึงจิตวิญญาณแห่งรากเหง้าวัฒนธรรมที่บรรพบุรุษถ่ายทอดสืบต่อมา และสีทอง หมายถึง ความมั่งคั่ง ความสูงส่ง และการเทิดทูนบูชารถกระทงมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ออกแบบและใช้แนวความคิด โทนสี เรื่องราว ให้สอดคล้อง สวยงาม สื่อถึงอัตลักษณ์และความเจริญรุ่งเรืองของ นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่อย่างครบถ้วน สมบูรณ์ เพื่อร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมประเพณียี่เป็งให้อยู่คู่เชียงใหม่และประเทศไทยสืบไป ด้วยพลังแห่งความสามัคคีของชาวแม่โจ้ เพราะการจัดทำรถกระทงของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นการทำงานหลักโดยนักศึกษาทั้งส่วนการออกแบบ การตกแต่งรายละเอียด ควบคุมบริหารงานและการจัดการ ใช้เวลาในการประดิษฐ์แต่ละครั้งประมาณ 3-4 เดือน โดยมีการสืบทอดภูมิปัญญาการประดิษฐ์จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง มีกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมคอยอำนวยความสะดวก มีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร ศิษย์เก่าคอยให้การสนับสนุน เพื่อช่วยกันสานต่อวัฒนธรรมองค์กรที่ดี และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของไทยเรื่อยมาโดยในปีนี้รถกระทงใหญ่มหาวิทยาลัยแม่โจ้คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 การประกวดรถกระทงใหญ่ในงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ รับมอบถ้วยรางวัลโดย รศ.ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยผลการประกวดมีดังนี้ >รางวัลยอดเยี่ยม ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รับถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนารางวัลชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ มหาวิทยาลัยมกุฏราชวิทยาลัยวิทยาเขตล้านนา
27 พฤศจิกายน 2563     |      1298
พิธีบวงสรวงรถกระทงใหญ่มหาวิทยาลัยแม่โจ้
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2563 รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้พร้อมด้วยผู้บริหาร มาเป็นประธานในพิธีบวงสรวงรถกระทงใหญ่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งจะส่งเข้าร่วมประกวดในงานประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2563 ณ เทศบาลนครเชียงใหม่ โดยในพิธีมีนักศึกษาที่ปฏิบัติงานรถกระทงร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ในการนี้อธิการบดีได้กล่าวให้ขวัญและกำลังใจแก่นักศึกษาปฏิบัติงานรถกระที่ไ้ด้ฏิบัติงานมานานกว่าสองเดือนเพื่อสร้างรถกระทงใหญ่เข้าประกวดในงานประเพณียี่เป็งเชียงใหม่โดยมีการรำถวายและถวายเครื่องเซ่นไหว้เพื่อขอขมาแด่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือและยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจของน้องๆนักศึกษาต่อไป
27 พฤศจิกายน 2563     |      526
พิธีวางพวงมาลา“วันวิภาต บุญศรี วังซ้าย”รำลึกชาตกาล 104 ปี อธิการบดีคนแรก
เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563 ดร. อำนวย ยศสุข นายกสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานในงาน “วันวิภาต บุญศรี วังซ้าย” พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ ตัวแทนศิษย์เก่าแม่โจ้รุ่นต่างๆ และนักศึกษา กล่าวสดุดี วางพวงมาลา ร่วมรำลึกชาตกาล 104 ปี อธิการบดีคนแรก คนต้นแบบลูกแม่โจ้ ผู้ให้อมตะโอวาท “งานหนักไม่เคยฆ่าคน” โอกาสนี้ อาจารย์พัชรินทร์ สุกัณศีล ทายาทศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย ได้ให้เกียรติเข้าร่วมงานด้วย พร้อมกันนี้ได้มอบทุนการศึกษา มูลนิธิศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย ให้แก่นักศึกษาที่ผ่านการพิจารณา จำนวน 3 ทุน เป็นเงิน 30,000 บาท และศิษย์เก่าแม่โจ้รุ่นต่างๆ ได้มอบทุนการศึกษาให้กับมหาวิทยาลัย รวมจำนวนกว่า 100,000 บาท ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานท่ามกลางสายฝนโปรยปราย อย่างคับคั่ง ณ ประติมากรรมรูปปั้น ศ.ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในภาคกลางคืน ได้มีงานสมโภชงานเลี้ยงต้อนรับนักปั่นและศิษย์เก่า ภายในงานมีการจัดกิจกรรมประมูลของหายากที่ได้รับการสนับสนุนจากศิษย์เก่าที่นำมาให้ประมูลเพื่อหารายได้เข้าพิพิธภัณฑ์เพื่อใช้ในการปรับปรุงดูแลรักษารูปปั้นรูปเหมือนรวมถึงการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ต่อไป  สำหรับ ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย อธิการบดีคนแรกของแม่โจ้ เกิดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2459 ที่บ้านสันกลาง ต.ในเวียง อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ เป็นบุตรคนที่ 7 ของ นายบุญมา และ นางบัวเกี๋ยง วังซ้าย มีพี่น้องทั้งหมด 8 คน สมรสกับ นางสมจินต์ ตุงคผลิน มีบุตร ธิดารวม 4 คน เมื่อวัยเยาว์นั้นท่านได้เริ่มเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดหลวง อ.เมือง จ.แพร่ ส่วนชั้นมัธยมศึกษานั้นเรียนที่โรงเรียนพิริยาลัย จ.แพร่ เนื่องจากครอบครัวท่านเป็นผู้มีฐานะดีประกอบกับท่านเองก็เรียนหนังสือเก่งเป็นทุนอยู่แล้ว เมื่อจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากจังหวัดแพร่ ท่านจึงเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ และเข้าเรียนต่อโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2476 ท่านเรียนอยู่ที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยได้เพียงปีเดียว ก็ได้มีการจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมขึ้นที่แม่โจ้ ท่านจึงย้ายมาเรียนที่โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมแม่โจ้ เป็นรุ่นแรกเมื่อปี 2477 ซึ่งถือเป็นรุ่นบุกเบิกและสร้างแม่โจ้ และจบจากแม่โจ้ เมื่อปี พ.ศ. 2478 ก็ได้เข้าบรรจุทำงานเป็นพนักงานยางที่หาดใหญ่ จ.สงขลา 1 ปี ในปีถัดมารัฐบาลได้ประกาศให้มีการสอบชิงทุนหลวงไปศึกษาต่อต่างประเทศ ท่านได้ไปศึกษาในมหาวิทยาลัย ฟิลิปปินส์ เมืองลอสบานโยส สาขาเศรษฐศาสตร์ จนจบปริญญาตรี เมื่อพ.ศ. 2484 จึงได้กลับมารับราชการเป็นอาจารย์ที่แม่โจ้ โดยรับตำแหน่งเป็นอาจารย์ผู้ปกครอง พ.ศ. 2489 ท่านได้ลงสมัครแข่งขันเป็นผู้แทนราษฎร 2 ครั้ง และได้รับการคัดเลือกในครั้งที่ 2 พอถึงปี พ.ศ. 2497 หลวงปราโมทย์จรรยาวิภาต ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอาชีวศึกษาขณะนั้นขอให้ท่านไปช่วยแม่โจ้ ด้วยวิชาความรู้ ความสามารถ อยากให้ไปช่วยปรับปรุงแม่โจ้ ท่านจึงรับแต่งตั้งให้เป็นอาจารย์ใหญ่ชั้นเอก ของโรงเรียนเกษตรกรรมแม่โจ้ ตั้งแต่ พ.ศ. 2497 และในปี 2499 ท่านได้ปรับเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ ชั้นพิเศษ จนกระทั่งได้เป็นอธิการบดีคนแรกของสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ถึง 2 สมัยเป็นระยะเวลา 8 ปี (พ.ศ.2518 – พ.ศ. 2526) ตลอดระยะเวลาท่านได้สร้างคุณประโยชน์นานัปการให้กับสถาบันแห่งนี้ จึงทำให้ท่านเป็นที่เคารพยิ่งของชาวแม่โจ้สืบต่อมาจากอดีตจวบจนปัจจุบัน ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่น 1 (คนต้นแบบลูกแม่โจ้) คือ ปูชนียบุคคล ของชาวแม่โจ้ เป็นผู้ให้อมตะโอวาท “งานหนักไม่เคยฆ่าคน” ไว้แก่ลูกแม่โจ้ทุกคนได้ยึดถือปฏิบัติมาจวบจนปัจจุบัน ท่านได้ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2527 มหาวิทยาลัยและสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ จึงได้กำหนดให้ทุกวันที่ 30 ตุลาคม ของทุกปีเป็น “วันวิภาต บุญศรี วังซ้าย”
27 พฤศจิกายน 2563     |      842
พิธีบวงสรวงประติมากรรมรูปปั้นครึ่งตัว ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2563 รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงประติมากรรมรูปปั้นครึ่งตัว ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย ซึ่งกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ มูลนิธิศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย และสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงบูรพาจารย์ อธิการบดีคนแรกของแม่โจ้ ผู้ให้อมตะโอวาท “งานหนักไม่เคยฆ่าคน” ให้แก่ศิษย์แม่โจ้ได้ยึดถือปฏิบัติ และนำมาติดตั้งไว้ ณ อาคารพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทยให้อนุชนคนรุ่นหลัง ทั้งศิษย์แม่โจ้ บุคคลทั่วไป ได้รู้จักและร่วมรำลึกถึงผู้สร้างคุณูปการต่อแผ่นดินแม่โจ้ โอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก อาจารย์พัชรินทร์ สุกันศีล ทายาทศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย ได้ให้เกียรติเข้าร่วมงานครั้งนี้ และมีกลุ่มจักรยานทัวร์ริ่งแม่โจ้ ผู้จัดกิจกรรม "แม่โจ้สามัคคี ปั่นพาอาจารย์บุญศรีกลับบ้าน" (ปั่นปาอาจ๋านปิ๊กบ้าน) คณะผู้บริหาร คณาจารย์ ศิษย์เก่า เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ณ อาคารพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย มหาวิทยาลัยแม่โจ้
27 พฤศจิกายน 2563     |      1248
พิธีต้อนรับขบวนเกียรติยศอัญเชิญประติมากรรมรูปปั้นครึ่งตัว ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย
เมื่อวันพุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 16.30 น. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดกิจกรรมต้อนรับขบวนเกียรติยศอัญเชิญประติมากรรมรูปปั้นครึ่งตัว ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย สู่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.อำนวย ยศสุข นายกสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานพร้อมทั้งกล่าวขอบคุณ โอกาสเดียวกันนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวต้อนรับ คณะนักปั่นจากกลุ่มจักรยานทัวร์ริ่งแม่โจ้ และคณะศิษย์เก่ารุ่นต่างๆ ที่ร่วมกันจัดกิจกรรม "แม่โจ้สามัคคี ปั่นพาอาจารย์บุญศรีกลับบ้าน" (ปั่นปาอาจ๋านปิ๊กบ้าน) ในครั้งนี้ ณ ประตูโชค ประตูชัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โครงการก่อสร้างประติมากรรมรูปปั้นครึ่งตัว ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ มูลนิธิศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย และสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงบูรพาจารย์ อธิการบดีคนแรกของแม่โจ้ ผู้ให้อมตะโอวาท “งานหนักไม่เคยฆ่าคน” ให้แก่ศิษย์แม่โจ้ได้ยึดถือปฏิบัติ โดยได้รับความร่วมมือจากกลุ่มจักรยานทัวร์ริ่งแม่โจ้ จัดกิจกรรม "แม่โจ้สามัคคี ปั่นพาอาจารย์บุญศรีกลับบ้าน" (ปั่นปาอาจ๋านปิ๊กบ้าน) เพื่อนำประติมากรรมฯ มาติดตั้งไว้บริเวณอาคารพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย ให้อนุชนคนรุ่นหลัง ทั้งศิษย์แม่โจ้ บุคคลทั่วไป ได้รู้จักและร่วมรำลึกถึง คุณูปการของท่าน ทั้งนี้ จะจัดให้มีพิธีบวงสรวงประติมากรรมรูปปั้นฯ ในวันที่ 29 ตุลาคม 2563 อีกครั้ง
27 พฤศจิกายน 2563     |      830
ทั้งหมด 94 หน้า